วันพุธที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2557
วันพุธที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2557
การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต
"""""""ความหมายของการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต"""""""
"""""""ประเภทของการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต"""""""
1.การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตแบบ isdn
ถ้าต้องการใช้ระบบ isdn จะต้องขอหมายเลขโทรศัพท์ใหม่ที่เป็น isdn การให้บริการ isdn แบ่งออกเป็น 2 ระดับBai สำหรับผู้ใช้รายย่อย ตามบ้านพัก หรือหน่วยงานขนาดเล็ก มีความเร็วเต็มที่ 128 mbpsPri สำหรับองค์กรขนาดใหญ่โดยการเดินสายเคเบิลใยแก้วนำแสง จะมีช่องสัญญาณสำหรับการสื่อสาร 30 ช่องสัญญาณ แต่ละช่องมีความเร็วที่ 64 kbps
2.การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตแบบ adsl
การบริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงโดยผ่านทาง สามารถ ใช้กับการเชื่อมต่อผ่านทางสายโทรศัพท์แบบเดิม สามารถเปลี่ยนสายโทรศัพท์ธรรมดาให้เป็นสายดิจิทัล มีความเร็วในการรับส่งข้อมูลสูง
3.การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตแบบเคเบิลโมเด็ม
มีความเร็วสูงที่ไม่ต้องใช้สายโทรศัพท์ อาศัยเครือข่ายเคเบิลจากผู้ให้บริการ ถ้าต้องการใช้บริการแบบเคเบิลโมเด็มจะต้องใช้บริการของ asia net การทำงานของเคเบิลโมเด็มจะคล้ายกับ adsl มีการเข้ารหัสสัญญาณดิจิทัลด้วยความถี่สูง แล้วส่งผ่านสายเคเบิลไปยัง ผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต กรณีนี้สายโคแอกเซียลทำให้สามารถรับส่งข้อมูลได้ด้วยความเร็วสูง
4.การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตผ่านดาวเทียม
เป็นบริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง มีผู้ให้บริการเพียงรายเดียว cs internet ในเครือชินคอร์ปอเรชั่นเจ้าของดาวเทียมไทยคม การรัยข้อมูลด้วยสัญญาณความเร็วสูงมามายังผู้ใช้ในระดับเมกะบิตผ่านดาวเทียมโดยผู้ใช้จะต้องติดตั้งจานรับสัญญาณดาวเทียม ส่วนการส่งข้อมูล ทำการผ่านทางโมเด็มและสายโทรศัพท์มีความเร็วแค่ 56 kbps การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตผ่านดาวเทียม เป็นช่องทางที่ถูกรบกวนได้ง่ายจากสภาพดินฟ้าอากาศควรเตรียมช่องทางอื่นในการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตไว้สำรองในการใช้งาน
5.การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตแบบวงจรเช่า
การเชื่อมเอนเตอร์แบบ leased line จะเหมาะกับการใช้งานสำหรับองค์กร สถาบันการศึกษา หรือระบบธุรกิจต่างๆที่มีผู้บริการเอนเตอร์เน็ตเป็นจำนวนมาก โดยไม่ต้องหมุนโทรศัพท์เข้าไปยังศูนย์บริการอินเตอร์เน็ตเพราะการเชื่อมแบบ leased line จะเชื่อมกับเครือข่ายอินเตอร์เน็ตตลอด 24 ชั่วโมง
ค่าใช้จ่ายในการเช่าต้องเป็นรายเดือน โดยจะเสียค่าบริการตามความเร็วที่เช่าสายสัญญาณเป็นอัตราเดียวกันทุกเดือน และไม่ต้องเสียค่าบริการตามชั่วโมงการใช้งานอีก
ในองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนที่มีผู้ใช้บริการเอนเตอร์เน็ตจำนวนมาก จะนิยมการเชื่อมต่อเอนเตอร์เน็ตแบบนี้ เพราะสามารถใช้งานเอนเตอร์เน็ตได้โดยไม่จำกัดปริมาณการงาน โดยเฉพาะสถาบันการศึกษาต่างๆ จะต้องให้บริการแก่นักเรียน นักศึกษา และบุคลากรในหน่วยงาน
Links:
http://krutarinee.wordpress.com/โลกอินเทอร์เน็ต/การเชื่อมต่ออินเทอร์เน/รูปแบบการเชื่อมต่ออินเ/
http://pongye.blogspot.com/2012/01/2.html
การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตแบบใช้สาย (Wire Internet)
1. การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตรายบุคคล (Individual Connection) การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตรายบุคคล คือ การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตจากที่บ้าน (Home user) ซึ่งยังต้องอาศัยคู่สายโทรศัพท์ในการเข้าสู่เครือข่ายอินเตอร์เน็ต ผู้ใช้ต้องสมัครเป็นสมาชิกกับผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตก่อน จากนั้นจะได้เบอร์โทรศัพท์ของผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต รหัสผู้ใช้ (User name) และรหัสผ่าน(Password) ผู้ใช้จะเข้าสู่ระบบอินเตอร์เน็ตได้โดยใช้โมเด็มที่เชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้หมุนไปยังหมายเลขโทรศัพท์ของผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต จากนั้นจึงสามารถใช้ งานอินเตอร์เน็ตได้
องค์ประกอบของการใช้อินเตอร์เน็ตรายบุคคล
1. โทรศัพท์
2. เครื่องคอมพิวเตอร์
3. ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต ซึ่งจะให้เบอร์โทรศัพท์ รหัสผู้ใช้และรหัสผ่าน
4. โมเด็ม (Modem)
1. การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตรายบุคคล (Individual Connection) การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตรายบุคคล คือ การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตจากที่บ้าน (Home user) ซึ่งยังต้องอาศัยคู่สายโทรศัพท์ในการเข้าสู่เครือข่ายอินเตอร์เน็ต ผู้ใช้ต้องสมัครเป็นสมาชิกกับผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตก่อน จากนั้นจะได้เบอร์โทรศัพท์ของผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต รหัสผู้ใช้ (User name) และรหัสผ่าน(Password) ผู้ใช้จะเข้าสู่ระบบอินเตอร์เน็ตได้โดยใช้โมเด็มที่เชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้หมุนไปยังหมายเลขโทรศัพท์ของผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต จากนั้นจึงสามารถใช้ งานอินเตอร์เน็ตได้
องค์ประกอบของการใช้อินเตอร์เน็ตรายบุคคล
1. โทรศัพท์
2. เครื่องคอมพิวเตอร์
3. ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต ซึ่งจะให้เบอร์โทรศัพท์ รหัสผู้ใช้และรหัสผ่าน
4. โมเด็ม (Modem)
2. การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตแบบองค์กร (Corporate Connection) การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตแบบองค์กรนี้จะพบได้ทั่วไปตามหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน หน่วยงานต่างๆ เหล่านี้จะมีเครือข่ายท้องถิ่น (Local Area Network : LAN) เป็นของตัวเอง ซึ่งเครือข่าย LAN นี้เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตตลอดเวลา ผ่านสายเช่า (Leased line) ดังนั้น บุคลากรในหน่วยงานจึงสามารถใช้อินเตอร์เน็ตได้ตลอดเวลา การใช้อินเตอร์เน็ตผ่านระบบ LAN ไม่มีการสร้างการเชื่อมต่อ(Connection) เหมือนผู้ใช้รายบุคคลที่ยังต้องอาศัยคู่สายโทรศัพท์ในการเข้าสู่เครือข่ายอินเตอร์เน็ต
การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตแบบไร้สาย (Wireless Internet)
1. การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตแบบไร้สายผ่านเครื่องโทรศัพท์บ้านเคลื่อนที่ PCT เป็นการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก (Note book) และคอมพิวเตอร์แบบพกพา (Pocket PC) ผู้ใช้จะต้องมี โมเด็มชนิด PCMCIA ของ PCT ผู้ใช้สามารถใช้อินเทอร์เน็ตไร้ได้ ในเขตกรุงเทพ และปริมณฑลได้
1. การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตแบบไร้สายผ่านเครื่องโทรศัพท์บ้านเคลื่อนที่ PCT เป็นการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก (Note book) และคอมพิวเตอร์แบบพกพา (Pocket PC) ผู้ใช้จะต้องมี โมเด็มชนิด PCMCIA ของ PCT ผู้ใช้สามารถใช้อินเทอร์เน็ตไร้ได้ ในเขตกรุงเทพ และปริมณฑลได้
2. การใช้งานอินเตอร์เน็ตผ่านโทรศัพท์มือถือโดยตรง (Mobile Internet)
1. WAP (Wireless Application Protocol) เป็นโปรโตคอลมาตรฐานของอุปกรณ์ไร้สายที่ใช้งานบนอินเตอร์เน็ต ใช้ภาษา WML (Wireless Markup Language) ในการพัฒนาขึ้นมา แทนการใช้ภาษา HTML (Hypertext markup Language) ที่พบใน www โทรศัพท์มือถือปัจจุบัน หลายๆยี่ห้อ จะสนับสนุนการใช้ WAP เพื่อท่องอินเตอร์เน็ต ซึ่งมีความเร็วในการรับส่งข้อมูลที่ 9.6 kbps และการใช้ WAP ท่องอินเตอร์เน็ตนั้น จะมีการคิดอัตราค่าบริการเป็นนาทีซึ่งยังมีราคาแพง
2. GPRS (General Packet Radio Service) เป็นเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นเพื่อให้โทรศัพท์มือถือสามารถเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตด้วยความเร็วสูง และสามารถส่งข้อมูลได้ในรูปแบบของมัลติมีเดีย ซึ่งประกอบด้วย ข้อความ ภาพกราฟิก เสียง และวีดิโอ ความเร็วในการรับส่งข้อมูลด้วยโทรศัพท์ที่สนับสนุน GPRS อยู่ที่ 40 kbps ซึ่งใกล้เคียงกับโมเด็มมาตรฐานซึ่งมีความเร็ว 56 kbps อัตราค่าใช้บริการคิดตามปริมาณข้อมูลที่รับ-ส่ง ตามจริง ดังนั้นจึงทำให้ประหยัดกว่าการใช้ WAP และยังสื่อสารได้รวดเร็วขึ้นด้วย
3. โทรศัพท์ระบบ CDMA (Code Division Multiple Access) ระบบ CDMA นั้น สามารถรองรับการสื่อสารไร้สายความเร็วสูงได้เป็นอย่างดี โดยสามารถทำการรับส่งข้อมูลได้สูงสุด 153 Kbpsซึ่งมากกว่าโมเด็มที่ใช้กับโทรศัพท์ตามบ้านที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้เพียง56 kbps นอกจากนี้ ระบบ CDMA ยังสนับสนุนการส่งข้อมูลระบบมัลติมีเดียได้ด้วย
4. เทคโนโลยี บลูทูธ (Bluetooth Technology) เทคโนโลยีบลูทูธถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อใช้กับการสื่อสารแบบไร้สาย โดยใช้้หลักการการส่งคลื่นวิทยุ ที่อยู่ในย่านความถี่ระหว่าง 2.4 – 2.4 GHz ในปัจจุบันนี้ได้มีการผลิตผลิตภัณฑ์ต่างๆที่ใช้เทคโนโลยีไร้สายบลูธูทเพื่อใช้ในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หลายๆชนิด เช่น โทรศัพท์เคลื่อนที่ คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค คอมพิวเตอร์พ็อคเก็ตพีซี
3. การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วยโน้ตบุ๊ก(Note book) และ เครื่องปาล์ม (Palm)oผ่าน โทรศัพท์มือถือที่สนับสนุนระบบ GPRS โทรศัพท์มือถือที่สนับสนุน GPRS จะทำหน้าที่เสมือนเป็นโมเด็มให้กับอุปกรณ์ที่นำมาพ่วงต่อ ไม่ว่าจะเป็น Note Book หรือ Palm และในปัจจุบันบริษัทที่ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ได้มีการผลิต SIM card ที่เป็น Internet SIM สำหรับโทรศัพท์มือถือเพื่อให้สามารถติดต่อกับอินเทอร์เน็ตได้สะดวกและรวดเร็วมากขึ้น 1. WAP (Wireless Application Protocol) เป็นโปรโตคอลมาตรฐานของอุปกรณ์ไร้สายที่ใช้งานบนอินเตอร์เน็ต ใช้ภาษา WML (Wireless Markup Language) ในการพัฒนาขึ้นมา แทนการใช้ภาษา HTML (Hypertext markup Language) ที่พบใน www โทรศัพท์มือถือปัจจุบัน หลายๆยี่ห้อ จะสนับสนุนการใช้ WAP เพื่อท่องอินเตอร์เน็ต ซึ่งมีความเร็วในการรับส่งข้อมูลที่ 9.6 kbps และการใช้ WAP ท่องอินเตอร์เน็ตนั้น จะมีการคิดอัตราค่าบริการเป็นนาทีซึ่งยังมีราคาแพง
2. GPRS (General Packet Radio Service) เป็นเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นเพื่อให้โทรศัพท์มือถือสามารถเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตด้วยความเร็วสูง และสามารถส่งข้อมูลได้ในรูปแบบของมัลติมีเดีย ซึ่งประกอบด้วย ข้อความ ภาพกราฟิก เสียง และวีดิโอ ความเร็วในการรับส่งข้อมูลด้วยโทรศัพท์ที่สนับสนุน GPRS อยู่ที่ 40 kbps ซึ่งใกล้เคียงกับโมเด็มมาตรฐานซึ่งมีความเร็ว 56 kbps อัตราค่าใช้บริการคิดตามปริมาณข้อมูลที่รับ-ส่ง ตามจริง ดังนั้นจึงทำให้ประหยัดกว่าการใช้ WAP และยังสื่อสารได้รวดเร็วขึ้นด้วย
3. โทรศัพท์ระบบ CDMA (Code Division Multiple Access) ระบบ CDMA นั้น สามารถรองรับการสื่อสารไร้สายความเร็วสูงได้เป็นอย่างดี โดยสามารถทำการรับส่งข้อมูลได้สูงสุด 153 Kbpsซึ่งมากกว่าโมเด็มที่ใช้กับโทรศัพท์ตามบ้านที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้เพียง56 kbps นอกจากนี้ ระบบ CDMA ยังสนับสนุนการส่งข้อมูลระบบมัลติมีเดียได้ด้วย
4. เทคโนโลยี บลูทูธ (Bluetooth Technology) เทคโนโลยีบลูทูธถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อใช้กับการสื่อสารแบบไร้สาย โดยใช้้หลักการการส่งคลื่นวิทยุ ที่อยู่ในย่านความถี่ระหว่าง 2.4 – 2.4 GHz ในปัจจุบันนี้ได้มีการผลิตผลิตภัณฑ์ต่างๆที่ใช้เทคโนโลยีไร้สายบลูธูทเพื่อใช้ในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หลายๆชนิด เช่น โทรศัพท์เคลื่อนที่ คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค คอมพิวเตอร์พ็อคเก็ตพีซี
"""""""ประเภทของการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต"""""""
1.การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตแบบ isdn
ถ้าต้องการใช้ระบบ isdn จะต้องขอหมายเลขโทรศัพท์ใหม่ที่เป็น isdn การให้บริการ isdn แบ่งออกเป็น 2 ระดับBai สำหรับผู้ใช้รายย่อย ตามบ้านพัก หรือหน่วยงานขนาดเล็ก มีความเร็วเต็มที่ 128 mbpsPri สำหรับองค์กรขนาดใหญ่โดยการเดินสายเคเบิลใยแก้วนำแสง จะมีช่องสัญญาณสำหรับการสื่อสาร 30 ช่องสัญญาณ แต่ละช่องมีความเร็วที่ 64 kbps
2.การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตแบบ adsl
การบริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงโดยผ่านทาง สามารถ ใช้กับการเชื่อมต่อผ่านทางสายโทรศัพท์แบบเดิม สามารถเปลี่ยนสายโทรศัพท์ธรรมดาให้เป็นสายดิจิทัล มีความเร็วในการรับส่งข้อมูลสูง
3.การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตแบบเคเบิลโมเด็ม
มีความเร็วสูงที่ไม่ต้องใช้สายโทรศัพท์ อาศัยเครือข่ายเคเบิลจากผู้ให้บริการ ถ้าต้องการใช้บริการแบบเคเบิลโมเด็มจะต้องใช้บริการของ asia net การทำงานของเคเบิลโมเด็มจะคล้ายกับ adsl มีการเข้ารหัสสัญญาณดิจิทัลด้วยความถี่สูง แล้วส่งผ่านสายเคเบิลไปยัง ผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต กรณีนี้สายโคแอกเซียลทำให้สามารถรับส่งข้อมูลได้ด้วยความเร็วสูง
4.การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตผ่านดาวเทียม
เป็นบริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง มีผู้ให้บริการเพียงรายเดียว cs internet ในเครือชินคอร์ปอเรชั่นเจ้าของดาวเทียมไทยคม การรัยข้อมูลด้วยสัญญาณความเร็วสูงมามายังผู้ใช้ในระดับเมกะบิตผ่านดาวเทียมโดยผู้ใช้จะต้องติดตั้งจานรับสัญญาณดาวเทียม ส่วนการส่งข้อมูล ทำการผ่านทางโมเด็มและสายโทรศัพท์มีความเร็วแค่ 56 kbps การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตผ่านดาวเทียม เป็นช่องทางที่ถูกรบกวนได้ง่ายจากสภาพดินฟ้าอากาศควรเตรียมช่องทางอื่นในการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตไว้สำรองในการใช้งาน
5.การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตแบบวงจรเช่า
การเชื่อมเอนเตอร์แบบ leased line จะเหมาะกับการใช้งานสำหรับองค์กร สถาบันการศึกษา หรือระบบธุรกิจต่างๆที่มีผู้บริการเอนเตอร์เน็ตเป็นจำนวนมาก โดยไม่ต้องหมุนโทรศัพท์เข้าไปยังศูนย์บริการอินเตอร์เน็ตเพราะการเชื่อมแบบ leased line จะเชื่อมกับเครือข่ายอินเตอร์เน็ตตลอด 24 ชั่วโมง
ค่าใช้จ่ายในการเช่าต้องเป็นรายเดือน โดยจะเสียค่าบริการตามความเร็วที่เช่าสายสัญญาณเป็นอัตราเดียวกันทุกเดือน และไม่ต้องเสียค่าบริการตามชั่วโมงการใช้งานอีก
ในองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนที่มีผู้ใช้บริการเอนเตอร์เน็ตจำนวนมาก จะนิยมการเชื่อมต่อเอนเตอร์เน็ตแบบนี้ เพราะสามารถใช้งานเอนเตอร์เน็ตได้โดยไม่จำกัดปริมาณการงาน โดยเฉพาะสถาบันการศึกษาต่างๆ จะต้องให้บริการแก่นักเรียน นักศึกษา และบุคลากรในหน่วยงาน
Links:
http://krutarinee.wordpress.com/โลกอินเทอร์เน็ต/การเชื่อมต่ออินเทอร์เน/รูปแบบการเชื่อมต่ออินเ/
http://pongye.blogspot.com/2012/01/2.html
วันพุธที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2557
อุปกรณ์เทคโนโลยีสมัยใหม่
เทคโนโลยีจอโค้งงอได้ (Bendable / Flexible display)
สิ่งแรกที่ต้องอ้างถึงคือ ด้วยโครงสร้างของเจ้าหน้าจอแบบโค้งได้นี้ เป็นหน้าจอที่มีพื้นฐานอิงบนหน้าจอแบบ OLED ซึ่งไม่ต้องการแผง backlight ด้านหลังแบบจอ LCD เดิม และเจ้าจอโค้งได้นี้สามารถแสดงผลบนวัสดุที่ทำมาจาก “พลาสติก” ได้ แทนที่จะเป็นกระจกแบบหน้าจอแบบเดิมๆ
ในส่วนของการโค้งงอได้นั้น เนื่องจากหน้าจอแบบใหม่นี้ มีลักษณะเป็นแผ่นฟิล์มคล้ายกับถุงแบบ zip lock จึงทำให้มันสามารถดัดแปลงรูปร่างของมันได้ค่อนข้างหลากหลาย
และด้วยความที่วัสดุของมันทำมาจากพลาสติก ทำให้ถึงแม้เราจะทำมือถือตกหน้าจอกระแทกเข้ากับพื้นผิวแข็งๆ ตัวหน้าจอของมือถือเราก็จะไม่แตก (นี่คือสิ่งที่บทความเกี่ยวกับหน้าจอ bendable / flexible display จะกล่าวไว้ นั่นคือไม่มีวันแตก แต่ของจริงจะเป็นอย่างไร เราต้องรอพิสูจน์กันตอนมือถือที่ใช้จอแบบนี้ออกวางจำหน่ายจริงๆอีกทีครับ)
อย่างไรก็ดี สำหรับมือถือนั้น ถึงแม้หน้าจอจะใช้งานจอแบบ bendable / flexible display แต่ว่าองค์ประกอบอื่นๆในตัวเครื่องเช่น เมนบอร์ด แรมหรือแบตเตอร์รี่นั้นไม่ได้ผลิตมาให้สามารถโค้งตามจอได้ด้วย (ถึงแม้จะมีข่าวว่าองค์ประกอบเหล่านี้ก็เริ่มเข้าสู่การผลิตแบบให้สามารถโค้งงอได้แล้ว แต่ว่าน่าจะต้องใช้เวลาอีกซักพักครับ) นั่นไม่ได้หมายความว่ามือถือของคุณจะไม่มีวันพังนะครับ เพราะถ้าชิ้นส่วนที่เสียหายเป็นส่วนอื่นๆในเครื่อง ก็ทำให้มันพังได้เช่นกัน
http://www.appdisqus.com/2013/10/08/coming-bendable-flexible-display-what-are-the-benefits-to-us.html
http://www.appdisqus.com/2013/10/08/coming-bendable-flexible-display-what-are-the-benefits-to-us.html
วันอังคารที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2557
คำศัพท์คอมพิวเตอร์
คำศัพท์คอมพิวเตอร์
1> assembly language : ภาษาแอสเซมบลี
2> backup : การสำรอง
3> BASIC : ภาษาเบสิก
4> batch processing : การประมวลผลแบบกลุ่ม
5> buffer : ที่พักข้อมูล ที่ปรับอัตรา หรือกันชน
6> bug : จุดบกพร่อง
7> bus : บัส
8> byte : ไบต์
9> cache memory : หน่วยความจำแบบแคช
10> constant : ค่าคงที่
11> control program : โปรแกรมควบคุม
12> control unit : หน่วยควบคุม
13> coursor : ตัวชี้ตำแหน่ง
14> data : ข้อมูล
15> data base : ฐานข้อมูล
16> cathaode ray tube : หลอดภาพ
17> central processing unit : หน่วยประมวลผลกลาง
18> channel : ช่องสัญญาณหรือร่องข้อมูล
19> chip : ชิป
20> console : ส่วนเฝ้าคุมหรือจอเฝ้าคุม
21> data processing : การประมวลผลข้อมูล
22> debug : แก้จุดบกพร่อง
23> documnutation : การจัดทำเอกสาร
24> electronic mail : การสื่อสารแบบอิเล็กทรอนิกส์
25> EPROM : หน่วยความจำโปรแกรมลบได้
26> hard disk : จานบันทึกแบบแข็ง
27> hardware : ส่วนเครื่อง หรือส่วนอุปกรณ์
28> input/output : รับเข้า/ส่งออก
29> interface : ตัวเชื่อมประสาน
30> field : เขตข้อมูล
31> flowchart : ผังงาน
32> function : ส่วนหน้าที่ย่อย
33> mainframe : คอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่
34> maintenance programming : รักษาโปรแกรม
35> master file : แฟ้มข้อมูลหลัก
36> menu : รายการเลือก
37> microcomputer : ไมโครคอมพิวเตอร์
38> microprocessor : ตัวประมวลผล
39> internal storage : หน่วยเก็บภายใน
40> interpreter : ตัวแปลคำสั่งหรือชุดคำสั่งแปลคำสั่ง
41> item : หน่วยข้อมูล
42> local area network : ข่ายงานบริเวณเฉพาะหน้าที่
43> Machine language : ภาษาเครื่อง
44> Operating System : ระบบปฏิบัติการ
45> Operating code : รหัสดำเนินการ
46> personal computer : คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล
47> pointer : ตัวชี้
48> printer : เครื่องพิมพ์
49> program : ชุดคำสั่ง
50> Simulation : การจำลอง
วันพุธที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2557
การใช้ application เพื่อการศึกษา
LibriVox
ใครที่นิยมชมชอบการอ่านหนังสือแต่ไม่มีเวลาว่างมากพอ จะใช้วิธีหันมาฟังหนังสือเสียงแทนก็ได้ค่ะ ซึ่งสามารถที่จะเลือกฟังได้ทุกที่ทุกเวลา แม้ในขณะทำการงานต่างๆ ที่ไม่ต้องใช้ความคิดอะไร หรือระหว่างการเดินทาง แอปหนังสือเสียง LibriVox น่าจะช่วยคุณได้มากทีเดียว
ที่ LibriVox มีหนังสือเสียงฟรีและหลากหลายภาษา มากกว่า 15,000 เรื่อง ให้เลือกดาวน์โหลดมาฟังยามว่าง หรือสำหรับผู้ที่ต้องการฝึกภาษาอังกฤษก็ช่วยได้ค่ะ เมื่อเริ่มต้นใช้งานแอปนี้ครั้งแรก จะต้องระบุภาษาที่ต้องการก่อน เมื่อเลือกภาษาได้แล้วก็จะเข้าสู่เมนูหลักที่มีหนังสือให้เลือกฟังมากมาย ส่วนใหญ่จะเป็นหนังสือดังๆ หนังสือขายดี หรือวรรณกรรมคลาสสิกสำคัญๆ และครอบคลุมเนื้อหาหลากหลายสาขาวิชา
เมื่อเลือกเล่มที่ต้องการแล้วก็คลิกเข้าไปสู่หน้าที่จะฟัง โดยในหน้านั้นมีเมนูที่เป็นแท็บอยู่ด้านบนให้เลือกว่าจะฟัง (Listen) ดูคำบรรยายเกี่ยวกับหนังสือ (Description) ดูเนื้อหาของหนังสือ (Contents) ที่ให้เลือกอ่านเฉพาะตอนที่สนใจ หรือต้องการฟังต่อจากที่เคยฟังค้างไว้ และ แนะนำหนังสือเล่มอื่นๆ ที่คล้ายกัน (Similar)
และถ้าต้องการจะดาวน์โหลดไฟล์เสียงนั้นมาไว้ในเครื่องก็ให้คลิกที่ปุ่มเมนูของโทรศัพท์มือถือ ก็จะมีคำสั่ง ดาวน์โหลด Hard copy (หนังสือปกแข็ง จะลิงก์เข้าไปที่เว็บไซต์เพื่อไปดูรูปเล่มหนังสือ) Sleep (การตั้งเวลาปิด) และ Setting ตั้งค่าอื่นๆ รวมทั้งเลือกภาษาของหนังสือที่จะฟังด้วย มีประมาณ 25 ภาษา เช่น อังกฤษ จีน ฝรั่งเศส เยอรมัน สเปน เป็นต้น คุณจะเลือกฟังทุกภาษาเลยก็ได้ให้คลิกที่ Use All Languages
ทีนี้ก็จะมีหนังสือดีมาให้ฟังหรือฝึกภาษากันเยอะแยะมากมายเลยทีเดียว ก็ขอให้สนุกและใช้เวลาได้อย่างคุ้มค่ามากที่สุดนะคะ
http://coolappforwork.blogspot.com/2014/05/librivox.html
ที่ LibriVox มีหนังสือเสียงฟรีและหลากหลายภาษา มากกว่า 15,000 เรื่อง ให้เลือกดาวน์โหลดมาฟังยามว่าง หรือสำหรับผู้ที่ต้องการฝึกภาษาอังกฤษก็ช่วยได้ค่ะ เมื่อเริ่มต้นใช้งานแอปนี้ครั้งแรก จะต้องระบุภาษาที่ต้องการก่อน เมื่อเลือกภาษาได้แล้วก็จะเข้าสู่เมนูหลักที่มีหนังสือให้เลือกฟังมากมาย ส่วนใหญ่จะเป็นหนังสือดังๆ หนังสือขายดี หรือวรรณกรรมคลาสสิกสำคัญๆ และครอบคลุมเนื้อหาหลากหลายสาขาวิชา
เมื่อเลือกเล่มที่ต้องการแล้วก็คลิกเข้าไปสู่หน้าที่จะฟัง โดยในหน้านั้นมีเมนูที่เป็นแท็บอยู่ด้านบนให้เลือกว่าจะฟัง (Listen) ดูคำบรรยายเกี่ยวกับหนังสือ (Description) ดูเนื้อหาของหนังสือ (Contents) ที่ให้เลือกอ่านเฉพาะตอนที่สนใจ หรือต้องการฟังต่อจากที่เคยฟังค้างไว้ และ แนะนำหนังสือเล่มอื่นๆ ที่คล้ายกัน (Similar)
และถ้าต้องการจะดาวน์โหลดไฟล์เสียงนั้นมาไว้ในเครื่องก็ให้คลิกที่ปุ่มเมนูของโทรศัพท์มือถือ ก็จะมีคำสั่ง ดาวน์โหลด Hard copy (หนังสือปกแข็ง จะลิงก์เข้าไปที่เว็บไซต์เพื่อไปดูรูปเล่มหนังสือ) Sleep (การตั้งเวลาปิด) และ Setting ตั้งค่าอื่นๆ รวมทั้งเลือกภาษาของหนังสือที่จะฟังด้วย มีประมาณ 25 ภาษา เช่น อังกฤษ จีน ฝรั่งเศส เยอรมัน สเปน เป็นต้น คุณจะเลือกฟังทุกภาษาเลยก็ได้ให้คลิกที่ Use All Languages
ทีนี้ก็จะมีหนังสือดีมาให้ฟังหรือฝึกภาษากันเยอะแยะมากมายเลยทีเดียว ก็ขอให้สนุกและใช้เวลาได้อย่างคุ้มค่ามากที่สุดนะคะ
วันพุธที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2557
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)

